โจ๋กรุงเก่าควงเอ็ม 16 หวังถล่มคอนเสิร์ต สุดท้ายถูก ตร.ยิงเจ็บ

วัยรุ่นเมืองพระนครศรีอยุธยา ซิ่งรถจักรยานยนต์ควงเอ็ม 16 หวังถล่มงานคอนเสิร์ต แต่กลับเจอด่านตำรวจเล็งปืนใส่ จึงถูกยิงที่ขาได้รับบาดเจ็บ ตำรวจ-ทหารเร่งไล่ล่าตัวเพื่อนที่หลบหนี
วันที่ 19 ก.พ. 60 เวลา 00.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเหตุยิงกัน บริเวณถนนข้างวัดภูเขาทอง ม.5 ต.ลุมพลี มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงเข้าตรวจสอบ จุดเกิดเหตุเป็นถนนเลียบพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าอู่ทอง วัดภูเขาทอง พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อจีพีเอ็กซ์ วันวาน ล้มคว่ำอยู่
ขณะที่ใกล้กันพบกองเลือดที่พื้นถนนจำนวนมากของผู้บาดเจ็บ ทราบชื่อ นายสรศักดิ์ สุขสังวร อายุ 23 ปี ชาวพระนครศรีอยุธยา ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงที่ขาขวาได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่ง รพ.พระนครศรีอยุธยา ห่างออกไปบริเวณริมถนน พบอาวุธปืนเอ็ม 16 สภาพดัดแปลงตกแต่ง มีการสุนในแม๊กกาซีนจำนวน 18 นัด เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวน ทราบว่าก่อนเกิดเหตุ นายสรศักดิ์ ซึ่งเพิ่งพ้นโทษมาได้ไม่นาน ในข้อหาปล้นรถจักรยานยนต์ ได้ชวน นายเรวัตร แดงหลุ่ม อายุ 28 ปี และเพื่อนๆ จะไปเที่ยวงานคอนเสิร์ตของกลุ่มรถจักรยานยนต์ ชื่องาน “มีเลิฟ เอ็มเอสเอ็กซ์ ครั้งที่ 3” ซึ่งมีกลุ่มจักรยานยนต์จำนวนมากรวมตัวกัน
แต่เมื่อไปถึงหน้างานปรากฏว่า ทางผู้จัดงานไม่ให้เข้างาน พร้อมกับไล่ให้กลับ นายสรศักดิ์กับเพื่อนๆ จึงกลับไปนั่งดื่มสุรากันที่บริเวณชุมชนข้างวัดภูเขาทอง ต่างแสดงความไม่พอใจที่ผู้จัดคอนเสิร์ตไม่ให้เข้างาน จึงได้ชักชวนพากันขี่จักรยานออกไป ตั้งใจจะเอาปืนไปยิงถล่มกลุ่มจัดงาน

จนกระทั่ง นายเรวัตร ขี่จักรยานยนต์ โดยมีนายสรศักดิ์ซ้อนท้ายมาพร้อมอาวุธปืนเอ็ม 16 ทันทีที่เห็นด่านตำรวจ นายตู่ก็ทิ้งรถจักรยานยนต์วิ่งหนีเข้าป่าไป แต่นายสรศักดิ์เห็นตำรวจกลับยกปืนเล็งใส่ จึงถูกเจ้าหน้าที่ยิงขาได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แยกย้ายติดตามตัว นายเรวัตร แต่ยังไม่พบตัว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะทำการขยายผลที่มาของปืนเอ็ม 16 และควบคุมตัวนายโอ๊ดเอาไว้ในข้อหาพกพาอาวุธปืน และมีอาวุธปืนสงครามที่นายทะเบียนไม่สามารถออกให้ได้ ไปในชุมชนและทางสาธารณะ และจะเร่งติดตามตัวนายตู่มาดำเนินคดีต่อไป

ดีเอสไอ ประกาศให้พระที่ไม่ใช่พระลูกวัดพระธรรมกาย ออกจากวัด 3 โมงเย็นนี้

หลังการประเมินสถานการณ์และปรับแผนการตรวจค้นวัดพระธรรมกายและบริเวณพื้นที่ควบคุมตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 5/2560 ร่วมกับเจ้าคณะจังหวัด ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ และสำนักพระพุทธศาสนา
พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เปิดเผยในวันนี้เจ้าหน้าที่จะนำรถเครื่องขยายเสียงเข้าไปในวัดพระธรรมกายเพื่อประกาศให้พระภิกษุที่ไม่ใช่พระของวัดธรรมกายออกจากพื้นที่ โดยจะตรวจสอบหนังสือ ใบสุทธิ ของพระภิกษุ รวมไปถึงการตรวจสอบผู้ที่พักอยู่ในเต็นท์ที่พักประตู 5 และ 6 ตลอดจนภายในวัด ตามบัญชีรายชื่อศิษยานุศิษย์และบุคคลที่วัดได้มอบให้กับดีเอสไอไว้ก่อนหน้านี้ หากพบว่าไม่มีรายชื่อก็จะต้องออกจากพื้นที่วัดภายในเวลา 15.00 น. ของวันนี้เช่นกัน

เพื่อให้พระอยู่ภายในวัดธรรมกายเหลือเพียงพระของวัดพระธรรมกายเท่านั้น เช่นเดียวกับศิษย์ยานุศิษย์ และบุคคลอื่น หลังจากที่มีการอ้างว่าเจ้าหน้าที่ปิดกั้นไม่ให้บุคคลต่าง ๆ ออกจากวัดและมูลนิธิ และมีการดำเนินคดีผู้ที่ออกมาจากวัด จนทำให้ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยที่อยู่ภายในวัดไม่กล้าเดินทางออกจากวัด นอกจากนี้ยังเพื่อให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการตรวจค้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งหากเมื่อครบกำหนดเวลายังไม่เดินทางออกจากพื้นที่จะถือว่าเป็นความผิด ตามคำสั่ง คสช. ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำและปรับ

พ.ต.อ.ไพสิฐ เปิดเผยด้วยว่าในทางการข่าวยังไม่สามารถระบุได้ว่า พระธัมมชโยยังอยู่ภายในวัดพระธรรมกายหรือไม่ เนื่องจากภายในวัดพระธรรมกายมีพื้นที่ที่ซับซ้อน จึงจำเป็นต้องตรวจค้นให้แน่ชัดก่อน แต่มีการประสานชุดสืบสวน กับ เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือตามแนวตะเข็บขายแดนในการติดตามหากพระธัมมชโย หลบหนีออกจากประเทศ
ส่วนข้อกังวลเรื่องการตัดน้ำตัดไฟ ภายในวัด พ.ต.อ.ไพสิฐ ระบุว่า เจ้าหน้าที่มีหลายมาตรการ จากเบาไปหาหนัก และในวันนี้ เจ้าหน้าที่ จะใช้เฮลิคอปเตอร์ในการขึ้นบินสำรวจพื้นที่วัดธรรมกายอีกครั้งหนึ่ง

ไขปริศนา ตู้สีฟ้าข้างเตียงพระธัมมชโย ราคากว่า 10 ล้าน

จากกรณีดีเอสไอเข้าตรวจค้น ห้องพักรักษาอาการอาพาธของพระธัมมชโย ที่อาคารดาวดึงส์ ฝั่งพื้นที่ 196 ไร่ วัดพระธรรมกาย โดยพบตู้สีฟ้าขนาดใหญ่ข้างเตียงพระธัมมชโย ที่มีคนตั้งข้อสังเกตว่าเป็นเครื่อง hyperbaric chamber ซึ่งจะพบใน รพ.ด้านความงาม นำมาใช้เพื่อชะลอความแก่ และมีราคาถึง 15 ล้านบาทนั้น
ล่าสุด (17 ก.พ.) เฟซบุ๊กแฟนเพจ Drama-addict “ไอ้ตู้กลมๆ ข้างหลังนั่นเขาเรียกว่า hyperbarric chamber เป็นตู้ออกซิเจนความดันสูง ใช้ในการรักษาโรคบางอย่างเช่น โรคน้ำหนีบ (ที่นักดำน้ำเขาเป็นกันน่ะ) ใช้กระตุ้นพัฒนาการทางสมองในคนที่เป็นออทิสติค หรือใช้รักษาคนที่เป็นแผลเรื้อรังบางอย่าง

อย่างกรณีธัมมี่ ถ้าตามข่าวจะจำได้ว่าแกเป็นโรคชนิดนึง เกี่ยวกับความผิดปรกติของเส้นเลือดใหญ่ตรงขาหนีบ ซึ่งจะทำให้เท้าแกข้างนึงเป็นโรคลิ่มเลือดอุดตันบ่อยๆ เคยมีภาพหลุดที่ขาบวมใหญ่บะเริ่มมาแล้วนี่นะ คนที่เป็นโรคแบบนั้น พอขาบวมมากๆมันจะมีปัญหาเรื่องเลือดไปเลี้ยงเนื้อเยื่อได้ไม่เพียงพอ ทำให้ขามีรอยแผลที่เกิดจากปัญหานี้ รักษายากอยู่ แต่ไอ้ตู้นี้ช่วยรักษาอาการที่ว่าได้ ด้วยการทำให้ออกซีเจนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อได้ดีขึ้น

นอกจากนี้ พวกแผลเรื้อรังอื่นๆก็ใช้รักษาได้เหมือนกัน เช่น แผลเบาหวาน ไรงี้ ตาม รพ ใหญ่ๆทุกวันนี้หลายๆแห่งมีเครื่องนี้ให้บริการละนะ ใครที่มีปัญหาพวกแผลเบาหวาน แผลเรื้อรังทำไงก็ไม่หายซักที ลองปรึกษาหมอเกี่ยวกับเจ้าตัวนี้กันได้ครับ”
ทั้งนี้ เมื่อมีคนถามว่าเครื่องดังกล่าวราคาเท่าไหร่ ทางเพจก็ตอบว่า “10 ล้านอัพ”

ดญ.วัย 15 ปวดใจ พ่อแม่ให้ออกจากโรงเรียนมาเลี้ยงน้อง ก่อนจะออกไปทำงานทั้งคู่

(17 ก.พ.) เว็บไซต์ข่าวประเทศจีนเผยเรื่องราวของเด็กหญิงวัย 15 ปีคนหนึ่งในเมืองกว่างหยวน มณฑลเสฉวน ที่จำต้องออกจากโรงเรียนเพื่อมาดูแลน้องชายวัย 8 ขวบ เนื่องจากพ่อกับแม่เลี้ยงต้องเดินทางไปทำงานต่างมณฑล
เพราะฐานะทางครอบครัวเริ่มย่ำแย่ แต่ด้วยไม่สามารถพาน้องชายวัย 8 ขวบของเธอไปด้วยได้ จึงตัดสินใจให้เธอออกจากโรงเรียนมาดูแลน้องชาย แม้เธอปรารถนาอยากจะเรียน แต่พ่อก็ยืนกรานให้ออก

กระทั่งเธอต้องไปเอ่ยปากบอกครูประจำชั้นว่าเธอจะไม่ไปโรงเรียนอีก ทำเอาครูตกใจ ซักถามเหตุผล จนเธอยอมบอกว่าต้องออกจากโรงเรียนไปดูแลน้องชาย
แม้ครูประจำชั้นของเธอจะเข้ามารอพบพ่อเธอที่บ้าน เพื่อสอบถามและพยายามพูดแนะนำหนทางให้เธอได้เรียนต่อ เพราะตัวเด็กหญิงก็มีความตั้งใจ อีกทั้งผลการเรียนก็ยังดี แต่ก็ไม่เป็นผล

ทั้งนี้ เด็กหญิงเล่าว่า ก่อนนี้พ่อเธอทำงานเพื่อเลี้ยงปากท้องคนในครอบครัวถึง 5 คน ซึ่งเธอก็รู้ว่าลำบากมาก หลังเทศกาลตรุษจีนหมดไปแม่เลี้ยงของเธอก็จะออกช่วยทำงาน ในบ้านจึงเหลือแค่ย่าที่อายุมากแล้ว ทั้งสุขภาพยังไม่ค่อยดี กับน้องชายอีกคน ดังนั้นเธอจึงต้องออกจากโรงเรียนมาดูแลย่าและน้อง ซึ่งครูประจำชั้นของเธอก็จนปัญญา

 

“เบนซ์ เรซซิ่ง” เข้าพบ ปส.ครั้งที่ 2 ปัดให้สัมภาษณ์

“เบนซ์ เรซซิ่ง” เข้าพบ ตร.ปส. ครั้งที่ 2 แล้ว ปัดให้สัมภาษณ์ ขณะ ป.ป.ส. จ่อสอบ “บอย” เครือข่ายไซซะนะเพิ่มที่เรือนจำ
ความเคลื่อนไหวล่าสุดที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด หลังจากที่ก่อนหน้ามีกระแสข่าวว่า ในวันนี้ (16 ก.พ.) นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง สามี แพท ณปภา ตันตระกูล

ดาราสาวและพิธีกรชื่อดัง จะเดินทางเข้าให้ข้อมูล และนำหลักฐานเกี่ยวกับการครอบครองรถหรูยี่ห้อลัมโบร์กินี และที่มาของทรัพย์สินอื่น ๆ มาทำการชี้แจงแก่เจ้าหน้าที่
ล่าสุด เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา นายอัครกิตติ์ พร้อมกับมารดา และทนายความ นำเอกสาร หลักฐานต่าง ๆ มาเข้าชี้แจงกับทางเจ้าหน้าที่ โดยยังไม่ได้มีการให้สัมภาษณ์ในส่วนของรายละเอียดแต่อย่างใด

ขณะที่ นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้เตรียมที่จะเข้าไปสอบปากคำ นายณัฐพล นาคคำ หรือ บอย เพิ่มเติม ภายในเรือนจำ ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการสอบปากคำภายในสัปดาห์นี้ ขณะเดียวกัน หลังจากสอบปากคำทั้ง 2 หากพบว่า หากการสอบปากคำพบความเกี่ยวข้องด้านการเงินเกี่ยวกับเครือข่าย นายไซซะนะ แก้วพิมพา ก็อาจจะพิจารณาแจ้งข้อหาเพื่อดำเนินการเอาผิดตามขั้นตอนต่อไป

นร.และผู้ปกครอง “อิสลามวิทยาลัย” ขับไล่ ผอ. ไม่พอใจจับ นร.ส่ง ตร.

บานปลายเป็นเรื่องใหญ่สำหรับความขัดแย้งระหว่างผู้อำนวยการอิสลามวิทยาลัยแห่งประเทศไทยคนใหม่และนักเรียนกับผู้ปกครองกลุ่มหนึ่ง เมื่อวันนี้เกิดการประท้วงขับไล่ขึ้น จนทำให้ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาเขต 1 ต้องเดินทางมาช่วยเจรจา
วันนี้ (16 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา นักเรียนประจำที่อยู่หอพัก ของอิสลามวิทยาลัยแห่งประเทศไทย กว่า 200 คน รวมตัวกันหน้าหอพักภายในโรงเรียน ก่อนจะเคลื่อนขบวนไปที่หน้าห้องผู้อำนวยการโรงเรียนพร้อมส่งเสียงไล่ผู้อำนวยการคนใหม่ให้ออกจากตำแหน่ง และชูป้ายที่มีข้อความตำหนิการบริหารงาน
ไม่ใช่แค่นักเรียนที่ออกมาชุมนุม เพราะวันนี้มีคณะของผู้ปกครอง ศิษย์เก่า ไม่ต่ำกว่า 10 คน เดินทางมาที่โรงเรียน เพื่ออ่านแถลงการณ์ และมีข้อเรียกร้องไปในทิศทางเดียวกัน

สาเหตุที่เกิดการประท้วง นักเรียนเล่าว่าไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงระเบียบหอพักใหม่ ที่ผู้อำนวยคนใหม่ตั้งขึ้นมา เช่นเรื่องที่โรงเรียนนำเมนูอาหารของเด็กหอพักมาดูแลเอง จากเดิมเอกชนเป็นผู้จัดการ ลดเมนูอาหารจนทำให้นักเรียนหอพักต้องกินอยู่อย่างจำกัด
รวมถึงการขยายเวลากินอาหารเย็นไปอยู่ในช่วง 19.00 น. จากเดิม 17.00 น. ขณะที่ผู้ปกครอง ก็ไม่เห็นด้วยที่ส่งนักเรียนที่ทำผิดให้กับตำรวจ เช่น กลุ่มเด็กที่ตีกัน หรือ เป็นเพียงผู้สงสัยว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เพราะมองว่า เป็นการลงโทษนักเรียนที่ไร้ความเมตตา รวมถึงการใช้งบประมาณจัดซื้ออุปกรณ์ต่างๆที่ไม่เคยออกมาชี้แจงต่อสมาคมผู้ปกครอง
การประท้วงใช้เวลายืดเยื้อกว่า 2 ชั่วโมง ก่อนที่โรงเรียนจะเปิดห้องประชุมในการหาข้อยุติ โดยให้ผู้ปกครองและนักเรียนที่ออกมาเคลื่อนไหว พูดคุยโดยตรงกับ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เขต 1 และนายสายัณต์ ต่ายหลี ผู้อำนวยการโรงเรียน เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนตั้งคำถาม

ประเด็นที่โรงเรียนชี้แจง 2 ข้อ คือ การปรับเวลากินข้าวของนักเรียนหอพักเป็นเวลา 19.00 น. เรื่องนี้มีการให้เหตุผลว่า ต้องการให้นักเรียนได้กินข้าวพร้อมกัน กับนักเรียนคนที่เป็นนักกีฬา ส่วนประเด็นการทำโทษนักเรียนด้วยการส่งให้ตำรวจ และพักการศึกษา เรื่องนี้ทางโรงเรียนไม่ได้และผู้อำนวยการคู่กรณีไม่ได้ขยายความอย่างละเอียด โดยบอกเพียงว่า เป็นมติของฝ่ายบริหาร
ผลการเจรทั้ง 2 ฝ่าย สรุปว่ารองผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาเขต 1 ยื่นข้อเสนอให้ผู้ปกครองเข้ามาฟังผลว่าจะมีคำสั่งอย่างไรกับผู้อำนวยการ เนื่องจากต้องตรวจสอบเอกสารตามข้อเรียกร้อง ในวันจันทร์นี้ แต่ในระหว่างรอคำสั่งให้ผู้อำนวยการโรงเรียนคนใหม่ไปช่วยงานที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเขต 1 จนกว่าการตรวจสอบจะแล้วเสร็จ
มีการตั้งข้อสังเกตจากกลุ่มบุคลากรในโรงเรียนว่า การออกมาประท้วงไล่ผู้อำนวยการโรงเรียนอิสลามวิทยาลัยครั้งนี้ อาจเกิดขึ้นจากกลุ่มผู้ที่เสียผลประโยชน์จากกิจการอาหารหอพัก และผู้ปกครองที่ไม่พอใจมาตรการลงโทษอย่างตรงไปตรงมาของผู้อำนวยการคนใหม่

คนแห่จวก กทม. หลังขอหนังสือฟรีสำนักพิมพ์ผีเสื้อเข้าห้องสมุด

เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์ หลัง มกุฏ อรฤดี บรรณาธิการสำนักพิมพ์ผีเสื้อ เผยผ่านเฟซบุ๊กว่า กทม.และกระทรวงท่องเที่ยวและการกีฬา ขอรับบริจาคหนังสือไปไว้ในหอสมุด จนมีคนเข้าไปแสดงความคิดเห็นต่างๆ นานา
กลายเป็นกระแสอย่างต่อเนื่องในโลกออนไลน์และหมู่คนอ่าน เมื่อ “มกุฏ อรฤดี” บรรณาธิการสำนักพิมพ์ผีเสื้อ

โพสต์ว่าได้รับหนังสือจาก สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กทม.ในวันแห่งความรัก ขอรับการสนับสนุนหนังสือ สื่อสิ่งพิมพ์ โสตทัศนูปกรณ์ของสำนักพิมพ์ ไปให้บริการประชาชนในหอสมุดเมืองกรุงเทพมหานคร
หลังคุณมกุฏโพสต์ก็มีคนเข้าไปแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก เช่น สร้างอาคารหลายสิบล้านบาท แต่ไม่มีเงินซื้อหนังสือเข้าห้องสมุด

ต้องขอบริจาคฟรีอยู่ร่ำไปเห็นวงการหนังสือเป็นอะไรจึงได้ ไถได้ไถดี.. กทม.ควรจัดงบฯให้สำนักพิมพ์ น่ารังเกียจมาก แทนที่จะช่วยสนับสนุนสำนักพิมพ์ เขาจะได้มีกำลังทำหนังสือดีๆ ต่อไป มาขอฟรีๆ ซะงั้น เป็นต้น
ก่อนหน้านี้ สำนักนันทนาการ กรมพลศึกษา กระทรวงท่องเที่ยวและการกีฬา ก็ขอรับบริจาคหนังสือ 30 เล่มสำหรับโครงการว่างเป็นอ่านไปที่สำนักพิมพ์แห่งนี้ด้วยเช่นกัน

อ่างทองแมลงบั่วระบาดกินต้นข้าวตายหลายพันไร่

ทุกข์ชาวนา อ่างทองแมลงบั่ว ระบาด กัดกินแกนต้นข้าวเสียหายหลายพันไร่ สอนหน่วยงานรัฐเข้าช่วยเหลือ
ชาวนาใน ตำบลโพธิ์ม่วงพันธ์ อำเภอสามโก้ จังหวัดอ่างทอง ต้องทุกข์หนัก หลังเกิดโรคแมลงบั่ว ระบาดหนัก กัดกินต้นข้าวในนา เสียหายทั้งตำบลกว่าหลายพันไร่ ได้รับความเดือดร้อนกันทั่วหน้า  ผลผลิตเสียหายในช่วงเก็บเกี่ยวได้น้อยลงกว่าครึ่ง ต้องขาดทุนเสียหาย

โดย  แมลงบั่ว  Orseolia oryzae  มีลักษณะคล้ายยุงหรือริ้น ตัวยาวประมาณ 3-4 มิลลิเมตร หนวดและขามีสีด เวลากลางวันตัวเต็มวัย จะเกาะซ่อนตัวอยู่ใต้ใบข้าวบริเวณกอข้าวและจะบินไปหาที่มีแสงไฟเพื่อผสมพันธุ์   ต้นข้าวและกอข้าวที่ถูกทำลายจะมีอาการแคระแกร็น เตี้ย ลำต้นกลม มีสีเขียวเข้ม ยอดที่ถูกทำ ลายไม่สามารถออกรวงได้ ทำให้ผลผลิตข้าวลดลงมาก

ด้านนางจำเนียง จั่นชีพ อายุ 67 ปี กล่าวว่า ตนได้ทำนา 23 ไร่ ได้เป็นโรคแมลงบั่ว ที่ระบาดอยู่นี่จะทำให้ต้นข้าวเสียหาย ต้นข้าวจะไม่ออกร่วงข้าวจะออกมาเป็นแบบต้นหอม ตนได้ลงทุนเป็นจำนวนมาก ข้าวที่ปลูกไว้ 70 วัน  เสียหายหนัก และตอนนี้ได้ระบาดไปทั่วทุ่งนาเลย

อ่างทองบอยเลอร์ผลิตไอน้ำระเบิดเจ็บ1อาคารพัง

อ่างทอง บอยเลอร์ ผลิตไอน้ำ เอนกฟาร์มระเบิด บาดเจ็บ 1 ราย อาคารเสียหายทั้งหลัง ค่าเสียหายไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท
ร.ต.อ.ณัฐพงษ์ นุชเจริญ รองสารวัตรสอบ สภ.เมืองอ่างทอง ได้รับแจ้งเหตุ บอยเลอร์ ผลิตไอน้ำ ระเบิด มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเพลิงลุกไหม้ ที่บริเวณ อเนกฟาร์ม จำกัด เลขที่ 57/1 หมู่ที่ 2 บ้านป่างิ้ว ตำบลป่างิ้ว อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง

จึงประสานรถดับเพลิงบริเวณใกล้เคียงจำนวน 5 คัน พร้อมด้วย พ.ต.ท.บุญสม ใบละมุด สว.สส. สภ เมืองอ่างทอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอ่างทอง เจ้าหน้าที่ดับเพลิง เจ้าหน้าที่กู้ภัย รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุในที่เกิดเหคุพบผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ทราบชื่ออ่าวติเก ชาวเมียนมา อายุ 24 ปี มีแผลถลอกตามร่างกายและจุกที่บริเวณหน้าออกเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวส่งโรงพยาบาลอ่างทองเพื่อทำการรักษาอย่างเร่งด่วนเบื้องต้นอาการปลอดภัยแล้ว

ส่วนที่บริเวณตัวอาคาร บอยเลอร์ ผลิตไอน้ำ กระเด็นออกโดนกำแพงอาคารพังเสียหายและโครงสร้างหลังคากระเบื้องพังเสียหายแตกหลุดร่วงลงมาทั้งหมด ส่วนที่บริเวณเตาฟืนมีเพลิงลุกไหม้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ช่วยกันระดมฉีดน้ำดับเพลิงอยู่นานกว่า 1 ชั่วโมงเพลิงจึงสงบลง นายอเนก สีเขียวสด อายุ 60 ปี เจ้าของเอนกฟาร์มจำกัด กล่าวว่า อาคารพังเสียหายทั้งหลัง ส่วนบอยเลอร์ ผลิตไอน้ำ เสียหายทั้งหมด รวมมูลค่าความเสียหายครั้งนี้ไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท

พัทลุงชาวบ้านริมทะเลสาบเร่งซ่อมเครื่องมือประมง

พัทลุง ชาวบ้านริมทะเลสาบเร่งซ่อมเครื่องมือประมง หลังคลื่นลมทำให้ได้รับความเสียหาย
จังหวัดพัทลุงสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และมีคลื่นลมในทะเลสาบสูงในห้วงวันนี้และ ตลอด3วันที่ผ่านมา ทำให้เครื่องมือประมงของชาวบ้านในพื้นที่ริมทะเลสาบสงขลา ที่มีอาชีพหาปลาน้ำจืดได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะ ในพื้นที่ริมทะเลสาบ ของ อ.ควนขนุน อ.เขาชัยสน อ.เมือง อ.บางแก้ว และ อ.ปากพะยูน เรือหางยาว และอวนดักปลา ที่ชาวบ้านเรียกว่าหลอม ได้รับความเสียหายถูกคลื่นซัด จนไม่สามารถนำมาใช้การได้จำนวนมาก

โดยเฉพาะในพื้นที่ บ้านเกาะโกบ ม.4 ต.เกาะหมาก อ.ปากพะยูน เรือประมง และอวนหาปลาที่ได้รับผลกระทบกับคลื่นในทะเลสาบสูง เจ้าของต้องเร่งนำมาซ่อม เพื่อรอวันวันให้คลื่นลมในทะเลสาบลดลง เพื่อที่จะนำไปออกทะเลสาบหาปลาน้ำจืดส่งขายสร้างรายได้หลักเลี้ยงครอบครัว ซึ่งวันหนึ่งสามารถ มีรายได้จากการหาปลาขายไม่ต่ำกว่า 800-1000 บาท แต่ช่วงนี้ไม่สามารถออกหาปลาในทะเลสาบได้จนต้องขาดรายได้ไป

ในขณะที่ชาวบ้านหลายครอบครัวที่มีอาชีพหาปลาน้ำจืดในทะเลสาบหลายครอบครัว ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหนักในช่วง2เดือนที่ผ่านมา เรือหางยาวพังเสียหาย และอุปกรณ์หาปลาก็เสียหายเช่นกัน ต้องเร่งช่วยตัวเอง เดินทางไปกู้เงินจากธนาคาร ธกส. ในพื้นที่ รายละ 30,000-40,000 เร่งชื้อเรือหายาวและอวนประมง เพื่อประกอบอาชีพ แม้จะเป็นหนี้เพิ่มก็ตาม เพราะหากรอจังหวัดให้เข้าช่วยเหลือจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ แต่อย่างได พร้อมทั้งไม่รับแจ้งความเดือดร้อนและความเสียหายจากการอาชีพการทำประมงของชาวบ้าน แม้จะขึ้นทะเบียนถูกต้องแล้วก็ตาม