โจ๋กรุงเก่าควงเอ็ม 16 หวังถล่มคอนเสิร์ต สุดท้ายถูก ตร.ยิงเจ็บ

วัยรุ่นเมืองพระนครศรีอยุธยา ซิ่งรถจักรยานยนต์ควงเอ็ม 16 หวังถล่มงานคอนเสิร์ต แต่กลับเจอด่านตำรวจเล็งปืนใส่ จึงถูกยิงที่ขาได้รับบาดเจ็บ ตำรวจ-ทหารเร่งไล่ล่าตัวเพื่อนที่หลบหนี
วันที่ 19 ก.พ. 60 เวลา 00.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเหตุยิงกัน บริเวณถนนข้างวัดภูเขาทอง ม.5 ต.ลุมพลี มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงเข้าตรวจสอบ จุดเกิดเหตุเป็นถนนเลียบพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าอู่ทอง วัดภูเขาทอง พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อจีพีเอ็กซ์ วันวาน ล้มคว่ำอยู่
ขณะที่ใกล้กันพบกองเลือดที่พื้นถนนจำนวนมากของผู้บาดเจ็บ ทราบชื่อ นายสรศักดิ์ สุขสังวร อายุ 23 ปี ชาวพระนครศรีอยุธยา ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงที่ขาขวาได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่ง รพ.พระนครศรีอยุธยา ห่างออกไปบริเวณริมถนน พบอาวุธปืนเอ็ม 16 สภาพดัดแปลงตกแต่ง มีการสุนในแม๊กกาซีนจำนวน 18 นัด เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวน ทราบว่าก่อนเกิดเหตุ นายสรศักดิ์ ซึ่งเพิ่งพ้นโทษมาได้ไม่นาน ในข้อหาปล้นรถจักรยานยนต์ ได้ชวน นายเรวัตร แดงหลุ่ม อายุ 28 ปี และเพื่อนๆ จะไปเที่ยวงานคอนเสิร์ตของกลุ่มรถจักรยานยนต์ ชื่องาน “มีเลิฟ เอ็มเอสเอ็กซ์ ครั้งที่ 3” ซึ่งมีกลุ่มจักรยานยนต์จำนวนมากรวมตัวกัน
แต่เมื่อไปถึงหน้างานปรากฏว่า ทางผู้จัดงานไม่ให้เข้างาน พร้อมกับไล่ให้กลับ นายสรศักดิ์กับเพื่อนๆ จึงกลับไปนั่งดื่มสุรากันที่บริเวณชุมชนข้างวัดภูเขาทอง ต่างแสดงความไม่พอใจที่ผู้จัดคอนเสิร์ตไม่ให้เข้างาน จึงได้ชักชวนพากันขี่จักรยานออกไป ตั้งใจจะเอาปืนไปยิงถล่มกลุ่มจัดงาน

จนกระทั่ง นายเรวัตร ขี่จักรยานยนต์ โดยมีนายสรศักดิ์ซ้อนท้ายมาพร้อมอาวุธปืนเอ็ม 16 ทันทีที่เห็นด่านตำรวจ นายตู่ก็ทิ้งรถจักรยานยนต์วิ่งหนีเข้าป่าไป แต่นายสรศักดิ์เห็นตำรวจกลับยกปืนเล็งใส่ จึงถูกเจ้าหน้าที่ยิงขาได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แยกย้ายติดตามตัว นายเรวัตร แต่ยังไม่พบตัว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะทำการขยายผลที่มาของปืนเอ็ม 16 และควบคุมตัวนายโอ๊ดเอาไว้ในข้อหาพกพาอาวุธปืน และมีอาวุธปืนสงครามที่นายทะเบียนไม่สามารถออกให้ได้ ไปในชุมชนและทางสาธารณะ และจะเร่งติดตามตัวนายตู่มาดำเนินคดีต่อไป

ดีเอสไอ ประกาศให้พระที่ไม่ใช่พระลูกวัดพระธรรมกาย ออกจากวัด 3 โมงเย็นนี้

หลังการประเมินสถานการณ์และปรับแผนการตรวจค้นวัดพระธรรมกายและบริเวณพื้นที่ควบคุมตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 5/2560 ร่วมกับเจ้าคณะจังหวัด ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ และสำนักพระพุทธศาสนา
พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เปิดเผยในวันนี้เจ้าหน้าที่จะนำรถเครื่องขยายเสียงเข้าไปในวัดพระธรรมกายเพื่อประกาศให้พระภิกษุที่ไม่ใช่พระของวัดธรรมกายออกจากพื้นที่ โดยจะตรวจสอบหนังสือ ใบสุทธิ ของพระภิกษุ รวมไปถึงการตรวจสอบผู้ที่พักอยู่ในเต็นท์ที่พักประตู 5 และ 6 ตลอดจนภายในวัด ตามบัญชีรายชื่อศิษยานุศิษย์และบุคคลที่วัดได้มอบให้กับดีเอสไอไว้ก่อนหน้านี้ หากพบว่าไม่มีรายชื่อก็จะต้องออกจากพื้นที่วัดภายในเวลา 15.00 น. ของวันนี้เช่นกัน

เพื่อให้พระอยู่ภายในวัดธรรมกายเหลือเพียงพระของวัดพระธรรมกายเท่านั้น เช่นเดียวกับศิษย์ยานุศิษย์ และบุคคลอื่น หลังจากที่มีการอ้างว่าเจ้าหน้าที่ปิดกั้นไม่ให้บุคคลต่าง ๆ ออกจากวัดและมูลนิธิ และมีการดำเนินคดีผู้ที่ออกมาจากวัด จนทำให้ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยที่อยู่ภายในวัดไม่กล้าเดินทางออกจากวัด นอกจากนี้ยังเพื่อให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการตรวจค้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งหากเมื่อครบกำหนดเวลายังไม่เดินทางออกจากพื้นที่จะถือว่าเป็นความผิด ตามคำสั่ง คสช. ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำและปรับ

พ.ต.อ.ไพสิฐ เปิดเผยด้วยว่าในทางการข่าวยังไม่สามารถระบุได้ว่า พระธัมมชโยยังอยู่ภายในวัดพระธรรมกายหรือไม่ เนื่องจากภายในวัดพระธรรมกายมีพื้นที่ที่ซับซ้อน จึงจำเป็นต้องตรวจค้นให้แน่ชัดก่อน แต่มีการประสานชุดสืบสวน กับ เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือตามแนวตะเข็บขายแดนในการติดตามหากพระธัมมชโย หลบหนีออกจากประเทศ
ส่วนข้อกังวลเรื่องการตัดน้ำตัดไฟ ภายในวัด พ.ต.อ.ไพสิฐ ระบุว่า เจ้าหน้าที่มีหลายมาตรการ จากเบาไปหาหนัก และในวันนี้ เจ้าหน้าที่ จะใช้เฮลิคอปเตอร์ในการขึ้นบินสำรวจพื้นที่วัดธรรมกายอีกครั้งหนึ่ง

ไขปริศนา ตู้สีฟ้าข้างเตียงพระธัมมชโย ราคากว่า 10 ล้าน

จากกรณีดีเอสไอเข้าตรวจค้น ห้องพักรักษาอาการอาพาธของพระธัมมชโย ที่อาคารดาวดึงส์ ฝั่งพื้นที่ 196 ไร่ วัดพระธรรมกาย โดยพบตู้สีฟ้าขนาดใหญ่ข้างเตียงพระธัมมชโย ที่มีคนตั้งข้อสังเกตว่าเป็นเครื่อง hyperbaric chamber ซึ่งจะพบใน รพ.ด้านความงาม นำมาใช้เพื่อชะลอความแก่ และมีราคาถึง 15 ล้านบาทนั้น
ล่าสุด (17 ก.พ.) เฟซบุ๊กแฟนเพจ Drama-addict “ไอ้ตู้กลมๆ ข้างหลังนั่นเขาเรียกว่า hyperbarric chamber เป็นตู้ออกซิเจนความดันสูง ใช้ในการรักษาโรคบางอย่างเช่น โรคน้ำหนีบ (ที่นักดำน้ำเขาเป็นกันน่ะ) ใช้กระตุ้นพัฒนาการทางสมองในคนที่เป็นออทิสติค หรือใช้รักษาคนที่เป็นแผลเรื้อรังบางอย่าง

อย่างกรณีธัมมี่ ถ้าตามข่าวจะจำได้ว่าแกเป็นโรคชนิดนึง เกี่ยวกับความผิดปรกติของเส้นเลือดใหญ่ตรงขาหนีบ ซึ่งจะทำให้เท้าแกข้างนึงเป็นโรคลิ่มเลือดอุดตันบ่อยๆ เคยมีภาพหลุดที่ขาบวมใหญ่บะเริ่มมาแล้วนี่นะ คนที่เป็นโรคแบบนั้น พอขาบวมมากๆมันจะมีปัญหาเรื่องเลือดไปเลี้ยงเนื้อเยื่อได้ไม่เพียงพอ ทำให้ขามีรอยแผลที่เกิดจากปัญหานี้ รักษายากอยู่ แต่ไอ้ตู้นี้ช่วยรักษาอาการที่ว่าได้ ด้วยการทำให้ออกซีเจนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อได้ดีขึ้น

นอกจากนี้ พวกแผลเรื้อรังอื่นๆก็ใช้รักษาได้เหมือนกัน เช่น แผลเบาหวาน ไรงี้ ตาม รพ ใหญ่ๆทุกวันนี้หลายๆแห่งมีเครื่องนี้ให้บริการละนะ ใครที่มีปัญหาพวกแผลเบาหวาน แผลเรื้อรังทำไงก็ไม่หายซักที ลองปรึกษาหมอเกี่ยวกับเจ้าตัวนี้กันได้ครับ”
ทั้งนี้ เมื่อมีคนถามว่าเครื่องดังกล่าวราคาเท่าไหร่ ทางเพจก็ตอบว่า “10 ล้านอัพ”

ดญ.วัย 15 ปวดใจ พ่อแม่ให้ออกจากโรงเรียนมาเลี้ยงน้อง ก่อนจะออกไปทำงานทั้งคู่

(17 ก.พ.) เว็บไซต์ข่าวประเทศจีนเผยเรื่องราวของเด็กหญิงวัย 15 ปีคนหนึ่งในเมืองกว่างหยวน มณฑลเสฉวน ที่จำต้องออกจากโรงเรียนเพื่อมาดูแลน้องชายวัย 8 ขวบ เนื่องจากพ่อกับแม่เลี้ยงต้องเดินทางไปทำงานต่างมณฑล
เพราะฐานะทางครอบครัวเริ่มย่ำแย่ แต่ด้วยไม่สามารถพาน้องชายวัย 8 ขวบของเธอไปด้วยได้ จึงตัดสินใจให้เธอออกจากโรงเรียนมาดูแลน้องชาย แม้เธอปรารถนาอยากจะเรียน แต่พ่อก็ยืนกรานให้ออก

กระทั่งเธอต้องไปเอ่ยปากบอกครูประจำชั้นว่าเธอจะไม่ไปโรงเรียนอีก ทำเอาครูตกใจ ซักถามเหตุผล จนเธอยอมบอกว่าต้องออกจากโรงเรียนไปดูแลน้องชาย
แม้ครูประจำชั้นของเธอจะเข้ามารอพบพ่อเธอที่บ้าน เพื่อสอบถามและพยายามพูดแนะนำหนทางให้เธอได้เรียนต่อ เพราะตัวเด็กหญิงก็มีความตั้งใจ อีกทั้งผลการเรียนก็ยังดี แต่ก็ไม่เป็นผล

ทั้งนี้ เด็กหญิงเล่าว่า ก่อนนี้พ่อเธอทำงานเพื่อเลี้ยงปากท้องคนในครอบครัวถึง 5 คน ซึ่งเธอก็รู้ว่าลำบากมาก หลังเทศกาลตรุษจีนหมดไปแม่เลี้ยงของเธอก็จะออกช่วยทำงาน ในบ้านจึงเหลือแค่ย่าที่อายุมากแล้ว ทั้งสุขภาพยังไม่ค่อยดี กับน้องชายอีกคน ดังนั้นเธอจึงต้องออกจากโรงเรียนมาดูแลย่าและน้อง ซึ่งครูประจำชั้นของเธอก็จนปัญญา

 

“เบนซ์ เรซซิ่ง” เข้าพบ ปส.ครั้งที่ 2 ปัดให้สัมภาษณ์

“เบนซ์ เรซซิ่ง” เข้าพบ ตร.ปส. ครั้งที่ 2 แล้ว ปัดให้สัมภาษณ์ ขณะ ป.ป.ส. จ่อสอบ “บอย” เครือข่ายไซซะนะเพิ่มที่เรือนจำ
ความเคลื่อนไหวล่าสุดที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด หลังจากที่ก่อนหน้ามีกระแสข่าวว่า ในวันนี้ (16 ก.พ.) นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง สามี แพท ณปภา ตันตระกูล

ดาราสาวและพิธีกรชื่อดัง จะเดินทางเข้าให้ข้อมูล และนำหลักฐานเกี่ยวกับการครอบครองรถหรูยี่ห้อลัมโบร์กินี และที่มาของทรัพย์สินอื่น ๆ มาทำการชี้แจงแก่เจ้าหน้าที่
ล่าสุด เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา นายอัครกิตติ์ พร้อมกับมารดา และทนายความ นำเอกสาร หลักฐานต่าง ๆ มาเข้าชี้แจงกับทางเจ้าหน้าที่ โดยยังไม่ได้มีการให้สัมภาษณ์ในส่วนของรายละเอียดแต่อย่างใด

ขณะที่ นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้เตรียมที่จะเข้าไปสอบปากคำ นายณัฐพล นาคคำ หรือ บอย เพิ่มเติม ภายในเรือนจำ ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการสอบปากคำภายในสัปดาห์นี้ ขณะเดียวกัน หลังจากสอบปากคำทั้ง 2 หากพบว่า หากการสอบปากคำพบความเกี่ยวข้องด้านการเงินเกี่ยวกับเครือข่าย นายไซซะนะ แก้วพิมพา ก็อาจจะพิจารณาแจ้งข้อหาเพื่อดำเนินการเอาผิดตามขั้นตอนต่อไป

นร.และผู้ปกครอง “อิสลามวิทยาลัย” ขับไล่ ผอ. ไม่พอใจจับ นร.ส่ง ตร.

บานปลายเป็นเรื่องใหญ่สำหรับความขัดแย้งระหว่างผู้อำนวยการอิสลามวิทยาลัยแห่งประเทศไทยคนใหม่และนักเรียนกับผู้ปกครองกลุ่มหนึ่ง เมื่อวันนี้เกิดการประท้วงขับไล่ขึ้น จนทำให้ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาเขต 1 ต้องเดินทางมาช่วยเจรจา
วันนี้ (16 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา นักเรียนประจำที่อยู่หอพัก ของอิสลามวิทยาลัยแห่งประเทศไทย กว่า 200 คน รวมตัวกันหน้าหอพักภายในโรงเรียน ก่อนจะเคลื่อนขบวนไปที่หน้าห้องผู้อำนวยการโรงเรียนพร้อมส่งเสียงไล่ผู้อำนวยการคนใหม่ให้ออกจากตำแหน่ง และชูป้ายที่มีข้อความตำหนิการบริหารงาน
ไม่ใช่แค่นักเรียนที่ออกมาชุมนุม เพราะวันนี้มีคณะของผู้ปกครอง ศิษย์เก่า ไม่ต่ำกว่า 10 คน เดินทางมาที่โรงเรียน เพื่ออ่านแถลงการณ์ และมีข้อเรียกร้องไปในทิศทางเดียวกัน

สาเหตุที่เกิดการประท้วง นักเรียนเล่าว่าไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงระเบียบหอพักใหม่ ที่ผู้อำนวยคนใหม่ตั้งขึ้นมา เช่นเรื่องที่โรงเรียนนำเมนูอาหารของเด็กหอพักมาดูแลเอง จากเดิมเอกชนเป็นผู้จัดการ ลดเมนูอาหารจนทำให้นักเรียนหอพักต้องกินอยู่อย่างจำกัด
รวมถึงการขยายเวลากินอาหารเย็นไปอยู่ในช่วง 19.00 น. จากเดิม 17.00 น. ขณะที่ผู้ปกครอง ก็ไม่เห็นด้วยที่ส่งนักเรียนที่ทำผิดให้กับตำรวจ เช่น กลุ่มเด็กที่ตีกัน หรือ เป็นเพียงผู้สงสัยว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เพราะมองว่า เป็นการลงโทษนักเรียนที่ไร้ความเมตตา รวมถึงการใช้งบประมาณจัดซื้ออุปกรณ์ต่างๆที่ไม่เคยออกมาชี้แจงต่อสมาคมผู้ปกครอง
การประท้วงใช้เวลายืดเยื้อกว่า 2 ชั่วโมง ก่อนที่โรงเรียนจะเปิดห้องประชุมในการหาข้อยุติ โดยให้ผู้ปกครองและนักเรียนที่ออกมาเคลื่อนไหว พูดคุยโดยตรงกับ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เขต 1 และนายสายัณต์ ต่ายหลี ผู้อำนวยการโรงเรียน เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนตั้งคำถาม

ประเด็นที่โรงเรียนชี้แจง 2 ข้อ คือ การปรับเวลากินข้าวของนักเรียนหอพักเป็นเวลา 19.00 น. เรื่องนี้มีการให้เหตุผลว่า ต้องการให้นักเรียนได้กินข้าวพร้อมกัน กับนักเรียนคนที่เป็นนักกีฬา ส่วนประเด็นการทำโทษนักเรียนด้วยการส่งให้ตำรวจ และพักการศึกษา เรื่องนี้ทางโรงเรียนไม่ได้และผู้อำนวยการคู่กรณีไม่ได้ขยายความอย่างละเอียด โดยบอกเพียงว่า เป็นมติของฝ่ายบริหาร
ผลการเจรทั้ง 2 ฝ่าย สรุปว่ารองผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาเขต 1 ยื่นข้อเสนอให้ผู้ปกครองเข้ามาฟังผลว่าจะมีคำสั่งอย่างไรกับผู้อำนวยการ เนื่องจากต้องตรวจสอบเอกสารตามข้อเรียกร้อง ในวันจันทร์นี้ แต่ในระหว่างรอคำสั่งให้ผู้อำนวยการโรงเรียนคนใหม่ไปช่วยงานที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเขต 1 จนกว่าการตรวจสอบจะแล้วเสร็จ
มีการตั้งข้อสังเกตจากกลุ่มบุคลากรในโรงเรียนว่า การออกมาประท้วงไล่ผู้อำนวยการโรงเรียนอิสลามวิทยาลัยครั้งนี้ อาจเกิดขึ้นจากกลุ่มผู้ที่เสียผลประโยชน์จากกิจการอาหารหอพัก และผู้ปกครองที่ไม่พอใจมาตรการลงโทษอย่างตรงไปตรงมาของผู้อำนวยการคนใหม่

อ่างทองแมลงบั่วระบาดกินต้นข้าวตายหลายพันไร่

ทุกข์ชาวนา อ่างทองแมลงบั่ว ระบาด กัดกินแกนต้นข้าวเสียหายหลายพันไร่ สอนหน่วยงานรัฐเข้าช่วยเหลือ
ชาวนาใน ตำบลโพธิ์ม่วงพันธ์ อำเภอสามโก้ จังหวัดอ่างทอง ต้องทุกข์หนัก หลังเกิดโรคแมลงบั่ว ระบาดหนัก กัดกินต้นข้าวในนา เสียหายทั้งตำบลกว่าหลายพันไร่ ได้รับความเดือดร้อนกันทั่วหน้า  ผลผลิตเสียหายในช่วงเก็บเกี่ยวได้น้อยลงกว่าครึ่ง ต้องขาดทุนเสียหาย

โดย  แมลงบั่ว  Orseolia oryzae  มีลักษณะคล้ายยุงหรือริ้น ตัวยาวประมาณ 3-4 มิลลิเมตร หนวดและขามีสีด เวลากลางวันตัวเต็มวัย จะเกาะซ่อนตัวอยู่ใต้ใบข้าวบริเวณกอข้าวและจะบินไปหาที่มีแสงไฟเพื่อผสมพันธุ์   ต้นข้าวและกอข้าวที่ถูกทำลายจะมีอาการแคระแกร็น เตี้ย ลำต้นกลม มีสีเขียวเข้ม ยอดที่ถูกทำ ลายไม่สามารถออกรวงได้ ทำให้ผลผลิตข้าวลดลงมาก

ด้านนางจำเนียง จั่นชีพ อายุ 67 ปี กล่าวว่า ตนได้ทำนา 23 ไร่ ได้เป็นโรคแมลงบั่ว ที่ระบาดอยู่นี่จะทำให้ต้นข้าวเสียหาย ต้นข้าวจะไม่ออกร่วงข้าวจะออกมาเป็นแบบต้นหอม ตนได้ลงทุนเป็นจำนวนมาก ข้าวที่ปลูกไว้ 70 วัน  เสียหายหนัก และตอนนี้ได้ระบาดไปทั่วทุ่งนาเลย

ออฟฟิศซินโดรม ปวดคอ บ่า ไหล่

สำหรับหนุ่มสาวที่ต้องนั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ จึงมักจะทำให้เกิดอาการ ปวด ตึง บริเวณต้นคอ บ่าและหัวไหล่ บางรายอาจจะมีอาการเกร็งอย่างรุนแรงจนบางครั้งอาจถึงขั้นที่จะหันคอ ก้มหรือว่าเงยไม่ได้ก็มี ส่วนบางรายที่อาการเบาหน่อยก็จะเพียงแค่ปวดคอ บ่า ไหล่ และบริเวณสะบักหลัง หากใครที่มีอาการอย่างหนึ่งอย่างใดนี้ ควรต้องรีบไปทำการบำบัดด้วยการไปนวดคลายกล้ามเนื้อโดยด่วน หากขืนปล่อยทิ้งไว้นานๆ อาการก็จะยิ่งเป็นหนักขึ้นแล้วการบำบัดรักษาก็ยากขึ้นไปอีก สำหรับใครที่ลองไปนวดดูแล้วยังไม่หายควรจะให้ไปปรึกษาแพทย์เฉพาะทางจะดีที่สุด ปกตินั้น กระดูกสันหลังส่วนคอจะมีการเคลื่อนไหวอยู่เกือบตลอดเวลา  ตัวหมอนรองกระดูกสันหลังคอและตัวกระดูกสันหลังคอ  ต้องรับแรงบิด  แรงกด  เนื่องจากการเคลื่อนไหว เมื่ออายุผ่านไปมากขึ้น  ข้อต่อกระดูกสันหลังและหมอนรองกระดูกสันหลัง จะมีการเสื่อมภายในข้อต่อ ทำให้เกิดภาวะกระดูกสันหลังส่วนคอเสื่อม หรือหมอนรองกระดูกสันหลังส่วนคอเสื่อม

ก่อให้เกิดอาการ ปวดคอ ปวดสะบัก  บางครั้งลามไปที่หลังหู  หรือถ้าเป็นมากขึ้น  หมอนรองกระดูกสันหลังคอที่เสื่อม อาจมีหินปูนหรือกระดูกงอกมาเกาะทำให้กดทับเส้นประสาทไขสันหลังส่วนคอ ทำให้มีอาการปวดไปที่แขนข้างใด ข้างหนึ่ง หรือทั้ง 2 ข้าง อาจมีอาการชาที่มือหรือแขน หรือมีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อมือและแขน ทำให้ยกของหรือหยิบจับอะไรไม่ถนัด ถ้าอาการกดทับเส้นประสาทมากขึ้น  ก็จะกดทับเส้นประสาทไปเลี้ยงขา ทั้ง 2 ข้าง  ทำให้เกิดอาการ เดินลำบาก  เดินเซ  หรือปัสสาวะ  อุจจาระลำบากร่วมด้วยได้ นอกจากนี้  หมอนรองกระดูกสันหลังคอที่เสื่อม อาจกดทับหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง ทำให้เกิดอาการมึนงง  เวียนศรีษะ  บ้านหมุน ปวดศรีษะ  เสียงดังในหู  หรือ  ปวดกระบอกตา โดยอาการเหล่านี้ จะเป็นมากเมื่อมีการเคลื่อนไหวของคอ ผู้ป่วยมีอาการปวดคอ บ่า และไหล่ เนื่องจากกระดูกสันหลังคอเสื่อม  แพทย์จะให้การรักษา โดยการแนะนำให้ลดการเคลื่อนไหวของคอลง  หรืออาจเป็นการอ่อนล้าของกล้ามเนื้อบริเวณคอและไหล่

เนื่องจากการนั่งท่าเดิมท่าเดียวนานๆ  ในการทำงาน  หน้าคอมพิวเตอร์ของหนุ่มสาวออฟฟิศจะพบปัญหานี้บ่อยมาก การแก้ไขบรรเทาอาการเบื้องต้น ควรออกกำลังกล้ามเนื้อบริเวณนั้นๆบ้างเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อคอ ร่วมกับใช้ยาระงับปวด  หรือทำกายภาพบำบัด  เหล่านี้ก็จะทำให้อาการปวดคอ บ่า ไหล่ ทุเลาลงได้
ถ้ามีอาการกดทับเส้นประสาท  เนื่องจากกระดูกสันหลังคอเสื่อม  การรักษาก็จะขึ้นกับความรุนแรง ของการกดทับเส้นประสาท ในกลุ่มที่อาการกดทับเส้นประสาทไม่มาก แพทย์มักให้การรักษาโดยการให้ยา  ร่วมกับการทำกายภาพบำบัด  หรืออาจมีการดึงคอร่วมด้วย อาการกดทับเส้นประสาทก็จะค่อย ๆ ดีขึ้นได้ ในกลุ่มที่มีอาการกดทับเส้นประสาทมาก มัก ต้องรักษาโดยการผ่าตัด เพื่อเอาหมอนรองกระดูกที่เคลื่อน หรือกระดูกงอก ที่กดทับเส้นประสาทออก บางครั้งอาจต้องใช้โลหะดามกระดูกคอร่วมด้วย  หรือบางครั้งอาจต้องใช้โลหะทดแทนหมอนรองกระดูกคอ  การใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นโลหะทดแทนหมอนรองกระดูกคอ  หรือ เครื่องคอมพิวเตอร์นำวิถีล้วนทำให้การรักษากระดูกคอเสื่อม ที่จำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัดทำได้โดยปลอดภัยและได้ผลดียิ่งขึ้น

ผู้สูงอายุควรออกกำลังกายอย่างไร

A3BKM5

จากพระบรมราโชวาท จะเห็นได้ว่าการเล่นกีฬาหรือการออกกำลังกายนั้นจะปฎิบัติให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้ ต้องเป็นไปอย่างถูกต้องและเหมาะสม ดังจะพบคำถามเสมอว่า “ ผู้สูงอายุจะสามารถออกกำลังกายได้หรือ และจะออกกำลังกายแบบไหน อย่างไรจึงจะดี ” คำตอบ คือ ผู้สูงอายุสามารถออกกำลังกายได้ เพียงแต่ต้องเลือกให้เหมาะกับสภาพร่างกาย โดยทั่วไปการออกกำลังกายในผู้สูงอายุ อาจ แบ่งกว้างๆเป็น 2 ประเภท ได้แก่
การออกกำลังกายหรือการบริหารเฉพาะส่วน มักใช้เพื่อการรักษาโรค เช่น การบริหารข้อไหล่ในผู้ป่วยโรคไหล่ติด การบริหารกล้ามเนื้อหลังในผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลัง และการบริหารกล้ามเนื้อรอบข้อเข่าในกรณีที่มีข้อเข่าเสื่อม เป็นต้น

การออกกำลังกายโดยทั่วไป เป็นการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพหรือนันทนาการ ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจและระบบไหลเวียนโลหิต และเพื่อผ่อนคลาย การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพหรือที่นิยมเรียกกว่าการออกกำลังกายชนิดแอโรบิค (aerobic exercise) หมายถึงการออกกำลังกายที่กล้ามเนื้อมีการเกร็งตัวและคลายตัวสลับกันอย่างต่อเนื่องในระยะเวลาที่กำหนด การออกกำลังกายแบบแอโรบิคนี้ มีประโยชน์มากสำหรับผู้สูงอายุ และช่วยป้องกันโรคเส้นเลือดหัวใจตีบตันได้ ตัวอย่างการออกกำลังกายแบบนี้ได้แก่ การวิ่งเหยาะหรือที่เรียกว่า จ๊อกกิ้ง การเดินอย่างเร็ว ขี่จักรยาน ว่ายน้ำ เต้นแอโรบิค หรือการใช้อุปกรณ์บางอย่างช่วย เช่น การเดินบนสายพาน ขี่จักรยานอยู่กับที่ เป็นต้น

หลักการออกกำลังกายแบบแอโรบิคคือต้องพิจารณาถึงความหนักของการออกกำลังกาย โดยปกติตามทฤษฎีแล้วถ้าเป็นผู้ที่มีอายุมากจนเกินไปและออกกำลังกาย มาอย่างสม่ำเสมอควรเริ่มออกกำลังกายที่ความหนักร้อยละ 60 ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุดของแต่ละบุคคล และไม่ควรเกิน ร้อยละ 85 ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุดของแต่ละบุคคล แต่ถ้าเป็นผู้สูงอายุก็อาจจะเริ่มออกกำลังกายที่ความหนักร้อยละ 55 ของอัตรา การเต้นหัวใจสูงสุด และไม่ควรเกินร้อยละ 80 ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด อย่างไรก็ดี ความหนักของงานอาจจะเปลี่ยนแปลง ไปตามระดับสมรรถภาพของแต่ละบุคคล ฉะนั้นผู้สูงอายุที่ผ่านการตรวจสมรรถภาพทางกายจากแพทย์ อาจจะถูกห้ามไม่ให้ออกกำลัง กายเกินกว่าร้อยละ 70-75 ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุดก็ได้ เนื่องจากอาจเกิดอันตรายจากการออกกำลังกายได้ ถ้าออกกำลังกาย มากกว่าระดับนี้ ซึ่งโปรแกรมการออกกำลังกายก็ขึ้นอยู่กับผลการทดสอบสมรรถภาพทางกายนั่นเอง

กินต้านหวัด

กะเพรา เป็นสมุนไพรที่คนไทยและคนอินเดียนิยม หลายคนกินอยู่เป็นประจำกับเมนู ข้าวกะเพราไก่ไข่ดาว กะเพราจะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ทั้งยังแก้ไอ แก้หวัด แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ยังช่วยคลายเครียด แก้อักเสบ และมีสารต้านอนุมูลอิสระด้วย
กะเพรา จึงเป็นผักตระกูลสมุนไพรอีกหนึ่งชนิดที่เหมาะสำหรับการป้องกันตัวเองจากไข้หวัด 2009 ได้เป็นอย่างดี
ตะไคร้ คนจีนและคนไทยสมัยก่อน ใช้ตะไคร้รักษาหวัด หวัดใหญ่ แก้ไข้ แก้ปวดหัว ปวดท้องมาแล้ว เป็นสมุนไพรมีฤทธิ์เพิ่มภูมิคุ้มกัน ต้านอนุมูลอิสระ แก้อักเสบ
เดี๋ยวนี้มีคนนำตะไคร้มาคั้นน้ำดื่มขาย ก็ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับเราได้ หรือเราสามารถหาทานได้จากต้มยำ เมนูโปรดของคนไทย รวมถึงฝรั่ง นับเป็นอาหารที่มีสมุนไพรอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ขิง ข่า ตะไคร้ มะนาว พริก กระเทียม มะกรูด หัวหอม สามารถแก้หวัดได้ดีนัก กระเจี๊ยบ น้ำสมุนไพรสีสวย อุดมด้วยวิตามินซี บำรุงความดัน เหมาะสำหรับผู้ที่มีความดันโลหิตสูง (แต่ผู้ที่ความดันต่ำ ไม่ควรทาน) สรรพคุณต้านหวัด แก้ไข้ แก้ไอ ขับปัสสาวะ

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบสารชนิดหนึ่งในกระเจี๊ยบ นั่นคือ สารแอนโธไซยานิน มีฤทธ์ต้านเชื้อไวรัส ทั้งฆ่าเชื้อไวรัสโดยตรง และลดปริมาณไวรัสเข้าสู่ร่างกาย ทั้งยังช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน นักวิทยาศาสตร์ยังเชื่ออีกว่า การรับประทานผักและผลไม้ ที่มีสารแอนโธไซยานิน จะช่วยลดการติดเชื้อ การลดปริมาณเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ต่าง ๆ ที่เป็นสาเหตุของการตายในปัจจุบัน ซึ่งแอนโธไซยานินที่เราสามารถหาได้จากพืชผักชนิดอื่นเพิ่มเติม ได้แก่ ดอกอัญชัญ มะเขือม่วง กะหล่ำม่วง ชมพู่ม่าเหมี่ยว เป็นต้น หรือผลไม้ที่มีสีแดงอย่าง ทับทิม ลูกหว้า ก็สามารถแก้เชื้อไวรัสได้ดีเช่นกัน

มะขามป้อม เด็กไทยเดี๋ยวนี้ไม่รู้จัก แต่รุ่นคุณพ่อคุณแม่ ขึ้นไป ย่อมรู้จักกันดี ลูกกลม ๆ เล็ก ๆ ขนาดเท่าผลเชอรี่ มีสีเขียว รสชาติเปรี้ยวเข็ดฟัน แต่อุดมด้วยวิตามินซีสูง นำมารักษาโรคหวัดกันมานานแล้ว อีกทั้งยังเป็นยาอายุวัฒนะมาตั้งแต่โบราณกาล มีสรรพคุณแก้ไอ บำรุงเสียง ทำให้ชุ่มคอ มีฤทธิ์เพิ่มภูมิคุ้มกัน และมีสารโพลีฟีนอล ที่ออกฤทธิ์เหมือนวิตามินซี ปัจจุบันพบว่า สารชนิดนี้มีฤทธิ์ต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่
จริง ๆ แล้วยังมีพืชอีกหลายชนิดที่เราสามารถนำมารับประทานแก้หวัดได้ ไม่ว่าจะเป็นมังคุด ทั้งน้ำและเปลือก ใบฝรั่ง เราสามารถเอาน้ำมากลั้วคอ แก้เจ็บคอยามเป็นหวัดได้
จะเห็นว่าพืชผักบ้านเรา เป็นสมุนไพรที่หารับประทานได้ไม่ยาก ราคาไม่แพง แถมสรรพคุณไม่แพ้ยาวิทยาศาสตร์ แถมยังสามารถกินเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายเราได้ด้วย แต่ที่สำคัญ ก็ต้องดูแลตัวเองด้วยการหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ รักษาความสะอาด และพักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ ก็ทำให้ร่างกายแข็งแรงพอที่จะต้านเชื้อโรคได้แล้ว